Monday, 13 September 2010

อาการและปัญหาในระดับ IP หรือ Network

อาการและปัญหาในระดับ IP หรือ Network 
   ต่อไปนี้ เป็นอาการและสาเหตุ ของปัญหาบนเครือข่าย IP  
อาการ #1 เครื่องที่มีปัญหาไม่สามารถ Ping เลขหมาย 127.0.0.1 ของตนเองได้  
สาเหตุ 1 : Driver ของ TCP/IP หรือ LAN Card ไม่ได้รับการติดตั้งตามปกติ หรือเกิดความเสียหาย
สาเหตุ 2 : การทำงานของ LAN Card บกพร่อง
สาเหตุ 3 : โปรโตคอล TCP/IP บกพร่อง
อาการ #2 ไม่สามารถ Ping เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ที่อยู่ใน Subnet เดียวกัน 
สาเหตุ 1 : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ไม่ได้ติดตั้งหรือทำงานบนเครือข่าย เช่น ปิดเครื่องไปแล้ว
สาเหตุ 2 : การจัด Configure ให้กับ LAN Card ไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 3 : IP Address ไม่ถูกต้อง หรือ ค่า Subnet mask ไม่ถูกต้อง

อาการ # 3 เครื่องที่มีปัญหาไม่สามารถ Ping ไปยังเครื่องอื่นที่อยู่ใน Subnet เดียวกัน  
สาเหตุ 1 : เครื่องที่มีปัญหานี้ มีปัญหาการเชื่อมต่อ กับเครือข่าย
สาเหตุ 2 : เครื่องปลายที่กำลัง Ping เข้าไปหาอยู่ ยังไม่ทำงานหรือยังไม่ได้เชื่อมต่อบนเครือข่าย
สาเหตุ 3 : ใช้เลขหมายเบอร์ IP ไม่ถูกต้องขณะทำการ Ping ไปที่เครื่องปลายทาง
อาการ # 4 เครื่องที่มีปัญหาไม่สามารถ Ping ไปที่ Default Gateway หรือ Router  
สาเหตุ 1 : เครื่องที่กำลัง Ping อยู่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
สาเหตุ 2 : IP Address หรือค่า Subnet mask ของเครื่องที่มีปัญหา ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 3 : เบอร์ IP Address ของ Router ที่ใช้ในการ Ping เข้าหา มีค่าไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 4 : การจัด Configure Default Route ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 5 : Ethernet Port ของ Router ไม่ทำงาน หรือกำลัง Down อยู่ รวมทั้งการเชื่อมต่อไม่เรียบร้อย
สาเหตุ 6 : ปัญหาเกี่ยวกับ DHCP โดยที่ DHCP Server ที่มีหน้าที่แจก IP Address ถูกย้ายไปอยู่ Segment อื่น หรือ เครือข่ายอื่น หรือ DHCP Server แจกเบอร์ IP Address ไม่ถูกต้องออกมา
อาการ #5 เครื่องไม่สามารถ Ping ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆที่อยู่คนละ Subnet  
สาเหตุ 1 : การจัดค่า Configure ของ Default Gateway ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 2 : ไม่มีการติดตั้ง Default Gateway ที่ Router หรือใส่ค่าไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้ชี้ Gateway อย่างถูกต้องบน ตัว Router หรือ Serial Port ของ Routerไม่ทำงาน หรือ LAN Card ที่ทำหน้าที่ เป็นตัวชี้ Gateway ไม่ สามารถทำงานอย่างถูกต้อง
สาเหตุ 3 : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่คนละ Subnet นั้น ไม่ทำงาน
สาเหตุ 4 : Port ของ Ethernet ที่ติดตั้งบน Router ไม่ทำงาน
สาเหตุ 5 : การจัดตั้ง Access List ไม่ถูกต้อง มีการ Block การออกไปสู่นอกเครือข่ายของเครื่องนี้
สาเหตุ 6 : การทำงานของ Router เกิดความบกพร่อง
อาการ #6 เครื่องอื่นๆบนเครือข่าย ไม่สามารถ Ping ไปที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังมีปัญหา  
สาเหตุ 1 : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
สาเหตุ 2 : ชื่อของ Host ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 3 : การ Map ชื่อของคอมพิวเตอร์กับ IP Address ไม่ถูกต้อง

สาเหตุ 4 : IP Address ของ DNS Server ไม่ได้รับการจัด Configure อย่างถูกต้อง
สาเหตุ 5 : DNS Server ไม่ทำงาน หรือทำงานผิดพลาด
สาเหตุ 6 : ตารางที่เกี่ยวกับชื่อ Host ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา มีการ Map IP address มาอย่างไม่ถูกต้อง
อาการ #7 เครื่องที่มีปัญหาไม่สามารถ Ping ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่คนละ Subnet ได้  
สาเหตุ 1 : ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประกอบการ Ping ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 2 : เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่ทำงาน
สาเหตุ 3 : เบอร์ IP Address ของ DNS Server ไม่ได้รับการจัด Configure อย่างถูกต้อง บนเครื่องที่มีปัญหา 
สาเหตุ 4 : DNS Server ไม่ทำงาน
สาเหตุ 5 : ตาราง Host ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ประกอบด้วยชื่อ และ IP Address ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะ เครื่องคอมพิวเตอร์ ปลายทางที่อยู่คนละSubnet
สาเหตุ 6 : ค่า IP Address ของ Default Route ไม่ได้รับการจัด Configure อย่างถูกต้อง
อาการ # 8 การเชื่อมต่อขาดช่วงเป็นครั้งเป็นคราว  
สาเหตุ 1 : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังติดต่ออยู่ กำลังทำงานหนัก รวมทั้งมีปัญหาที่เครือข่ายปลายทางทำงานช้า
สาเหตุ 2 : เกิดปัญหา IP Address ชนกัน
สาเหตุ 3 : ปัญหา TCP Connection Timeout เนื่องจากมีปัญหา Delay มากเกินไป
สาเหตุ 4 : ปัญหา เกิดจากการที่มี IP Address แบบ Static และ แบบ Dynamic อยู่ร่วมกัน
อาการ #9 การเชื่อมต่อทาง IP ไม่มีปัญหา แต่ Application ไม่ทำงาน  
สาเหตุ 1 : มีการจัดตั้ง Access List บน Router ที่ Block การวิ่งผ่านของ Application ดังกล่าว
สาเหตุ 2 : Application ไม่ทำงาน
อาการ #10 เครื่องลูกข่ายแบบ Diskless (เครื่องลูกข่ายที่ไม่ได้ติดตั้ง Hard Disk หรือ Floppy Drive) ไม่ทำงาน  
สาเหตุ 1 : ในกรณีที่เชื่อมต่อผ่าน Router มีความเป็นไปได้ที่ Router ได้ ทำการ Block BOOTP Broadcast ไว้ ทำ ให้ เครื่องนี้ ไม่สามารถติดต่อกับ DHCP Server
สาเหตุ 2 : มีการจัดตั้งเพื่อ Block การวิ่งผ่านของโปรโตคอลบางตัว รวมทั้ง BOOTP อย่างไม่ถูกต้อง
อาการ #11 ประสิทธิการทำงานของเครือข่ายภายใต้ TCP/IP ต่ำมาก  
สาเหตุ 1 : การจัดค่า Configure ของ DNS Client ไม่เหมาะสม ทำให้ Client ต้องรอจนกว่า การร้องขอติดต่อกับ DNS Server ในครั้งแรก ให้ Time out เสียก่อน จึงเริ่มอนุญาตให้ติดต่อกับ DNS Server ตัวที่ ได้
สาเหตุ 2 : DNS Server ไม่ได้รับการ จัด Configure ให้ทำ Reverse Lookup อย่างถูกต้อง หรือ DNS Server ไม่ สามารถจัดการให้ Reverse Lookup สามารถทำงานได้ตามปกติ
สาเหตุ 3 : ตารางข้อมูลของ DNS Server ไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลการ Map IP Address กับชื่อที่เกี่ยวข้อง หรือมีแต่ ไม่ถูกต้อง
สาเหตุ 4 : Switching Hub ทำงานหนักมาก ให้สังเกตดูหลอดไฟ บางดวงกระพริบตลอดเวลา
สาเหตุ 5 : เกิดปัญหา Overload บนเส้นทางที่ TCP โปรโตคอลเดินทางผ่าน
อาการ # 12 บนเครือข่าย TCP/IP มีปัญหาเกี่ยวกับ Retransmission เป็นอย่างมาก  
สาเหตุ 1 : เครื่องส่ง Packet ไปยังปลายทาง เกิดปัญหา Delay มาก เนื่องจาก เครือข่ายติดขัด รวมทั้ง Switching Hub หรือ Router ทำงานหนักมาก เกินไป ทำให้ การตอบรับ (Acknowledge) ของเครื่องปลายทาง มาช้า เกินไป จนเกิด Time out เป็นเหตุให้มีการ ส่งข้อมูลซ้ำ ๆ หลายครั้ง
สาเหตุ 2 : Packet เกิดความเสียหาย ขณะเดินทางไปมาหาสู่กัน โดยเฉพาะค่า CRC ที่เฟรมข้อมูล เกิดความผิดพลาด ทำให้ เครื่องที่ส่ง Packet ต้องส่งข้อมูลซ้ำอีกครั้ง
สาเหตุ 3 : ข้อมูลเกี่ยวกับ TCP เกิดความผิดพลาด ทำให้ต้องส่งข้อทูลซ้ำ
สาเหตุ 4 : ชิ้นส่วนของ Packet ที่ผ่านการทำ Fragments มีบางส่วนที่สูญหายไป
สาเหตุ 5 : เกิดปัญหา Overflow ที่เครื่องรับ
สาเหตุ 6 : การตอบรับด้วย Acknowledge ของเครื่องรับ มาช้าเกินไป ทำให้ ต้องส่ง Packet ซ้ำ

Saturday, 28 August 2010

การติดตั้ง Munin และ Munin-node

Munin คือ web mornitoring สำหรับเอาไว้ดูสถานะของเครื่องserver และเครื่อข่าย ผ่าน ทาง http port 80

การติดตั้ง Munin และ Munin-node

  1. ดาวโหลด rpmforge
  2. # cd /root
    # wget http://syslogserver.googlecode.com/files/rpmforge-release-0.5.1-1.el5.rf.i386.rpm 
  3. ติดตั้ง package rpmforge
  4. # rpm -Uvh rpmforge-release-0.5.1-1.el5.rf.i386.rpm 
  5. ติดตั้ง munin และ munin-node
  6. # yum install munin munin-node -y
  7. แก้ไขให้ทำงานทุกครั้งที่บูทเครื่อง
  8. # chkconfig munin-node on 
  9. เริ่มการทำงาน
  10. # service munin-node start
  11. แก้ไขความเป็นเจ้าของ
  12. # chown -R munin:munin /var/www/munin 
    # ln -s /var/www/munin /var/www/html/munin
  13. เริ่มต้นการทำงาน apche ใหม่
  14. # service httpd restart && service crond restart 
  15. สร้าง plugins
  16. # cd /usr/share/munin/plugins
    # ln -s apache_* /etc/munin/plugins/
  17. เริ่มการทำงาน munin อีกครั้ง
  18. # service munin-node restart
หลังจากติดตั้ง แล้ว สามารถเข้าไปดูได้โดยพิมพ์ http://hostname/munin ที่ webbrowser

การติดตั้ง Apache Mysql PHP

การติดตั้ง Apache Mysql PHP

  1. ทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งได้โดยใช้รันชุดคำสั่งดังต่อไปนี้ตามลำดับ โดยใช้สิทธิ์ของ root
  2. cd /root
    wget http://syslogserver.googlecode.com/files/amp.tgz
    tar xvfz amp.tgz
    cd amp./amp.sh
  3. จากนั้นระบบจะทำการติดตั้ง Package ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการติดตั้งเพิ่มเติม โดยในส่วนนี้ระบบจะทำการดาวน์โหลด Package ที่เกี่ยวข้องนี้จาก Internet ดังนั้นการติดตั้ง Server จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Internet หากระบบไม่สามารถเชื่อมต่อ Internet ได้ระบบจะแจ้งข้อความดังนี้
  4.  ----- Apache-MySQL-PHP Installation Script ----
     PLease wait....
     System can not connect to the internet, Please check your internet connection
หากระบบสามารถเชื่อมต่อ Internet ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบจะดำเนินการแจ้งยืนยันการติดตั้ง Package อื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อความแสดงขึ้น ให้ยืนยันโดยระบุ “y” จนกว่าจะทำการติดตั้งเสร็จในส่วนนี้
3. เมื่อทำการติดตั้งทุกอย่างจนแล้วเสร็จ ให้ทำการ Restart เครื่อง โดยใช้คำสั่ง reboot
4. หลังจากนั้นแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานได้ดังต่อไปนี้
ตรวจสอบ Services ของ Apache Web Server
service httpd status
ตรวจสอบ Services ของ MySQL
service mysqld status

การตั้งค่า Apache, MySQL และ PHP

จากระบบติดตั้งที่ผ่านมา การปรับแต่งหรือการตั้งค่าสำคัญต่างๆในส่วนของ Apache,MySQL และ PHP นั้นถูกปรับแต่งไว้ในค่าที่เหมาะสมสำหรับการทำหน้าที่เป็น Log Server แล้ว ดังนั้นหากไม่จำเป็นจึงไม่ควรปรับแต่งค่าใดๆในส่วนนี้ นอกจากจะมีการติดตั้งซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่ใช้ในการจัดการระบบ Log Server เช่น ระบบ Monitoring เป็นต้น โดยสามารถศึกษาข้อมูลการแก้ไขค่า config ได้จากคู่มือติดตั้งของซอฟท์แวร์นั้นๆ
สำหรับ Apache นั้นจะมีไฟล์ Config อยู่ที่
/etc/httpd/conf/httpd.conf
สำหรับ MySQL นั้นจะมีไฟล์ Config อยู่ที่
/etc/my.cnf
user root ของ mysql จะมี password คือ 'sipalogserver'
สำหรับ php นั้นจะมีไฟล์ Config อยู่ที่
/etc/php.ini

การตั้งค่า iptables

การตั้งค่า iptables

  1. ดาวโหลด script iptables
  2. # wget -O /etc/init.d/firewall.iptables http://syslogserver.googlecode.com/files/firewall.iptables
  3. เริ่มต้นการทำงาน iptables ด้วย config ใหม่
  4. # cd /etc/init.d/
    # chmod +x firewall.iptables 
    # ./firewall.iptables 
  5. สั่งให้ start firewall ทุกครั้งที่บูต server ด้วยคำสั่งนี้
  6. # echo "/etc/init.d/firewall.iptables"  >> /etc/rc.local

ติดตั้ง NTP Server

ติดตั้ง NTP Server

ติดตั้งระบบ เทียบเวลาเพื่อให้แต่ server ที่ให้บริการอยู่ในองค์กร และเครื่องลูกข่าย มีเวลาที่ตรงกัน ตามพรบระบุว่า ต้องตั้งนาฬิกาให้ต้องกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0)

ขั้นตอนการติดตั้ง

  1. ตรวจสอบ package
  2. การทำงานจะทำงานผ่าน port UDP  123 ดังนั้นต้องให้  firewalls ACCEPT port 123 ด้วย
    #rpm -qa | grep ntp*
    หากไม่พบ ก็สามารถติดตั้งได้โดย
    #yum install  ntp  -y
    เปิดพอร์ต สามารถทำได้โดยการ update filewall#vi  /etc/sysconfig/iptables
    ...
    ...
    -A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state ESTABLISHED,RELATED -j ACCEPTแทรก สองบรรทัดนี้ ต่อ จากบรรทัดตรงนี้
    -A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 123 -j ACCEPT-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m udp -p udp --dport 123 -j ACCEPT
    
    restart iptable อีกครั้ง #service iptables restart
    #netstat  -tulpn
  3. ตรวจสอบ remote server
  4. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ           [203.185.69.60]   กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ            [time.navy.mi.th]  National Institute of Standards and Technology     [time.nist.gov]   
    #ntpdate  -b  203.185.69.60
    #ntpdate  -b  time.navy.mi.th
    #ntpdate  -b  time.nist.gov
  5. แก้ไขค่า config
  6. ตัวอย่างที่ใช้
    192.168.2.1    คือ  CentOs/Redhat server ของเรา
    203.185.69.60    คือ หมายเลข ip ของ NTP server192.168.2.0/24   คือ วง  network ของเครื่องลูกข่าย
    
    backup config#cp  /etc/ntp.conf   /etc/ntp.conf.ori
    #vi  /etc/ntp.conf
    เพิ่มเติม โดย แทนค่า 192.168.2.0 ด้วย วง network ของคุณเอง
    restrict 192.168.2.0  mask 255.255.255.0 nomodify notrap
    server   time1.nimt.or.th 
    server   time.navy.mi.th
    server   clock.nectec.or.th
  7. restart NTP server
  8. #service ntpd  restart
    #chkconfig ntpd on
    check อีกครั้่ง ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
    #chkconfig --list  | grep ntp   
    #ps -ef  | grep ntp        
    #pgrep ntpd                         /*check process id
    #netstat  -ntlup                   /*check synce status
  9. check ตรวจสอบการทำงาน
  10. #ntpq  -pn                            /*firewalls rule  ต้องเปิดรับ UDP port 123
    หลักจาก start รอเวลาให้ time server ของคุณ sync ก่อน ประมาณ 5 นาที
    หลังจากนั้นก็ตรวขสอบ การ sync โดย
    #ntpstat
    #ntpdc
    ntpdc>sysinfo                     /*ระบบจะแสดงข้อมูลของ Time Server
  11. check การทำงานผ่านทาง Logfile ได้ที่
  12. #grep  ntpd   /var/log/messages
    แยก ntp log ออกมาไปเก็บไว้ที่  /var/log/ntp.log โดยการไปเพิ่ม ข้อความด้านล่างนี้ ใน /etc/ntp.conf ที่บรรทัดสุดท้าย
    #vi /etc/ntp.conf
    logfile   /var/log/ntp.log
  13. สั่งให้เครื่อง Client มา sync เวลาที่เครื่อง Timeserver (192.168.2.1)
  14. ต่อไปนี้ทำในเครื่อง server ในลูกข่ายไม่ได้ทำที่ เครื่อง time server#ntpdate  192.168.2.1
    #vi  /etc/ntp.conf
    server 192.168.2.1                        /* ip ของ NTP server
    restrict default  ignore                  /* deny all access จากเครื่องใด
    restrict   127.0.0.1
    
    ให้เครื่องลูกมา update ทุกๆๆ  30 นาที
    #crontrab -e
    30  * * * *  ntpdate 192.168.2.1   > /dev/null  2  > &1
    
    หมายเหตุ   ntpdate ใช้กับ client
  15. lient เป็น window ให้ใช้ nettime โดยสามารถไป Download ได้ที่
  16. http://nettime.sourceforge.net
  17. est result ผลการทำงาน
  18. #service ntpd restart
    #tail -f /var/log/ntp.log
    11 Feb 00:37:49 ntpd[2743]: ntpd exiting on signal 15
    11 Feb 00:41:03 ntpd[2764]: synchronized to LOCAL(0), stratum 10
    11 Feb 00:41:03 ntpd[2764]: kernel time sync enabled 0001
    11 Feb 00:43:10 ntpd[2764]: synchronized to 118.175.67.83, stratum 1
    11 Feb 00:46:26 ntpd[2764]: synchronized to LOCAL(0), stratum 10
    11 Feb 00:48:37 ntpd[2764]: synchronized to 118.175.67.83, stratum 1
    11 Feb 00:52:53 ntpd[2764]: synchronized to 203.185.69.60, stratum 1
    11 Feb 01:03:47 ntpd[2764]: time reset +0.794279 s11 Feb 01:07:31 ntpd[2764]: synchronized to LOCAL(0), stratum 10
    11 Feb 01:08:36 ntpd[2764]: synchronized to 203.185.69.60, stratum 1
    11 Feb 01:12:01 ntpd[2764]: synchronized to LOCAL(0), stratum 10
    11 Feb 01:13:47 ntpd[2764]: synchronized to 203.185.69.60, stratum 1
  19. ตั้งค่าให้เริ่มการทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง
  20. # chkconfig ntpd on

การ config syslog-ng

ยังไม่สมบูรณ์

ขั้นตอนการ config

การ config syslog-ng.conf สำหรับรับ-ส่ง log ลงเครื่องตัวเอง

  1. ย้าย config files เก็บไว้
  2. # mv /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf.ori
  3. ดาวโหลด config files ใหม่
  4. # wget -O /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf http://syslogserver.googlecode.com/files/syslog-ng.conf.standalone
  5. restart syslog-ng เพื่อรับค่า config ใหม่
  6. # service syslog-ng restart

การ config syslog-ng.conf สำหรับส่ง log ไปหา centralized log server

เครื่อง client (ส่ง log)

  1. ย้าย config files เก็บไว้
  2. # mv /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf.ori
  3. ดาวโหลด config files ใหม่
  4. # wget -O /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf http://syslogserver.googlecode.com/files/syslog-ng.conf.send.conf
  5. restart syslog-ng เพื่อรับค่า config ใหม่
  6. # service syslog-ng restart

เครื่อง server (รับ log)

# mv /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf.ori
  1. ดาวโหลด config files ใหม่
  2. # wget -O /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf http://syslogserver.googlecode.com/files/syslog-ng.conf.send.conf
  3. restart syslog-ng เพื่อรับค่า config ใหม่
  4. # service syslog-ng restart

ติดตั้ง Syslog-ng

ติดตั้ง Syslog-ng

ติดตั้ง Syslog-ng แทน sysklogd

ขั้นตอนการติดตั้ง

  1. ตรวจสอบ sysklogd ว่ายังทำงานอยุ่ในระบบหรือไม่
  2. #rpm -qa  | grep sysklogd
    #rpm -ql  sysklog                       /* ดูรายละเอียดของ file  ที่ติดตั้ง
  3. ถ้าหากยังทำงานอยู่ ให้ทำการถอน sysklogd ออกจาก server ก่อน
  4. #rpm -e --nodeps  sysklogd
    (หากไม่ต้องการลบออก ก็สามารถทำได้โดยการ คำสั่งต่อไปนี้ แทน)
    *chkconfig syslog off*/etc/init.d/syslog stop
  5. ตรวจ สอง GLIB2.0 เนื่องจาก Syslog-ng ต้องการ Library นี้
  6. #rpm  -qa  | grep glib2
  7. ให้ทำการการ Download file ทั้งหมดและทำการติดตั้ง
  8. #cd /root
    #mkdir   /src
    #wget http://syslogserver.googlecode.com/files/syslog-ng-2.1.4-1.el5.i386.rpm
    #wget http://syslogserver.googlecode.com/files/eventlog-devel-0.2.7-3.el5.i386.rpm
    #wget http://syslogserver.googlecode.com/files/eventlog-0.2.7-3.el5.i386.rpm
    ติดตั้ง
    #rpm -Uvh  eventlog-0.2.7-3.el5.i386.rpm
    #rpm -Uvh  eventlog-devel-0.2.7-3.el5.i386.rpm
    #rpm -Uvh  syslog-ng-2.1.4-1.el5.i386.rpm
    #service syslog-ng start
    #chkconfig syslog-ng  on
    #rpm  -ql  syslog-ng
    ผลลัพท์
    /etc/init.d/syslog-ng                                    /* start script
    /etc/logrotate.d/syslog                                 /* log rotation
    /etc/sysconfig/syslog-ng
    /etc/syslog-ng
    /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf                  /*file config
    /sbin/syslog-ng
    ...
    ...
# ทำการทดสอบ Syslog-ng config
เพื่อให้เห็นการทำงานที่ชัดเจน ให้ตุณทำการทดลองเปลี่ยน  path ที่เก็บ จาก /var/log เป็น  /var/logtestทำการ backup#cp /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf  /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf.ori
#mkdir  /var/logtest
#vi   /etc/syslog-ng/syslog-ng.conf

 27 destination d_cons { file("/dev/console"); };
 28 destination d_mesg { file("/var/logtest/messages"); };
 29 destination d_auth { file("/var/logtest/secure"); };
 30 destination d_mail { file("/var/logtest/maillog" sync(10)); };
 31 destination d_spol { file("/var/logtest/spooler"); };
 32 destination d_boot { file("/var/logtest/boot.log"); };
 33 destination d_cron { file("/var/logtest/cron"); };
 34 destination d_kern { file("/var/logtest/kern"); };
 35 destination d_mlal { usertty("*"); };
...
#service syslog-ng  restart
ตรวจสอบผล
#cd /var/logtest